ตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วโลกกำลังมุ่งหน้าสู่การมีปริมาณธุรกรรมสูงถึง 11.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2029 ซึ่งเติบโตขึ้น 63% เมื่อเทียบกับที่คาดการณ์ไว้ที่ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปี 2024 ข้อมูลนี้เปิดเผยในรายงานการศึกษาที่เผยแพร่ในวันนี้โดย Juniper Research ซึ่งระบุว่าการเติบโตที่สำคัญนี้เกิดจากวิธีการชำระเงินทางเลือก (APMs) เช่น กระเป๋าเงินดิจิทัล การชำระเงินโดยตรงไปยังร้านค้า (P2M) และ "ซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง" (BNPL หรือสินเชื่ออิเล็กทรอนิกส์).
รายงานฉบับนี้เน้นย้ำว่า อุปทานของวิธีการชำระเงินอัตโนมัติ (APMs) เติบโตขึ้นอย่างมากในตลาดเกิดใหม่ โดยแซงหน้าการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตในประเทศเหล่านั้น การวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า วิธีการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับบัตร กำลังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มลูกค้าที่ไม่มีบัญชีธนาคารในตลาดเกิดใหม่ ดังนั้น ผู้ค้าควรพิจารณาใช้ APMs เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเข้าถึงผู้ใช้และตลาดใหม่ๆ.
รายงานระบุว่า “เมื่อผู้ให้บริการชำระเงิน (PSPs) นำเสนอวิธีการชำระเงินทางเลือก (APMs) มากขึ้น ความพร้อมใช้งานของตัวเลือกการชำระเงินที่เพียงพอในตะกร้าสินค้าของผู้บริโภคจะเป็นสิ่งสำคัญในการปรับปรุงอัตราการเปลี่ยนลูกค้าให้เป็นผู้ซื้อ” งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า PSPs สามารถเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าได้โดยการปรับแต่งอัตราการเปลี่ยนลูกค้าให้เป็นผู้ซื้อให้ตรงกับความต้องการทางภูมิศาสตร์และประชากรของผู้บริโภคผ่านความร่วมมือกับบริษัทชำระเงินในท้องถิ่น.
ธุรกรรมอีคอมเมิร์ซ
จากข้อมูล 54,700 จุดจาก 60 ประเทศ Juniper Research คาดการณ์ว่าภายในห้าปีข้างหน้า 70% ของธุรกรรมอีคอมเมิร์ซทั้งหมด 360,000 ล้านรายการ จะดำเนินการผ่าน APMs (Applied Payment Methods) ในขณะเดียวกัน บริษัทเชื่อว่าบริษัทอีคอมเมิร์ซจะลงทุนในการปรับปรุงด้านโลจิสติกส์เพื่อให้การจัดส่งสินค้าสะดวกและน่าดึงดูดใจยิ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภค ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าให้กับภาคธุรกิจนี้มากยิ่งขึ้น.
ข้อมูลจาก Mobile Time



